A58EKG Bare womans stomach

ใครๆก็อยากผอม แต่อาหารลดน้ำหนักที่มีอยู่ในท้องตลาด มีหลายอย่างที่ให้ผลตรงกันข้าม วันนี้ผมมีบทความเกี่ยวกับ 7 อาหารลดน้ำหนัก ที่ยิ่งกินแล้วยิ่งอ้วนมาฝากกันครับ

จากผลสำรวจของนิตยสาร Men’s Health คนเราจะกินน้ำตาลที่ปนอยู่ในอาหาร เฉลี่ยประมาณ 82 กรัมต่อวัน ตัวเลขนี้มากกว่าการกินไอศครีมแซนวิชโอริโอ 6 ชิ้นเสียอีก!

สิ่งที่น่าตกใจก็คือ เจ้าน้ำตาล 82 กรัมนี้ ไม่ได้มาจากไอศครีมหรือของหวานอื่นๆ ที่พวกเราชอบกิน แม้เราจะงดของหวาน เค้ก น้ำอัดลมแล้วก็ตาม น้ำตาลจำนวนมากนี้ก็ยังเล็ดรอดเข้าสู่ร่างกายของเราและทำให้อ้วนได้อยู่ดี

เพราะมันแอบอยู่ในอาหารที่พวกเราคิดว่าไม่ทำให้อ้วนไง!

ลองเปิดตู้เย็นดู หยิบขนมหรืออาหารที่เราทานตอนลดน้ำหนักมาสักชิ้นสองชิ้น แล้วตรวจดูฉลากด้านหลัง พนันได้เลยว่า อาหารที่หยิบมาดู จะต้องมีน้ำตาลจำพวกนี้ผสมอยู่แน่นอน

มาดูกันสิว่า อาหารที่ว่านั้น มีอะไรกันบ้าง

 

1. ซีเรียล

ซีเรียลที่ไม่มีตัวการ์ตูนอยู่บนหน้ากล่อง ก็ไม่ได้แปลว่ามันจะไม่อ้วนนะ พวกซีเรียลที่หน้ากล่องอ้างว่า 0% แคลอรี มีรูปหัวใจแข็งแรงแปะไว้เด่นๆ หรือมีตราเหรียญทองรับรองสุขภาพอะไรเทือกๆ นั้น ก็ไม่ได้ทำให้มันกลายเป็นอาหารลดน้ำหนักแต่อย่างใด เพราะใน 1 ถ้วยที่เรากิน บางยี่ห้อมีน้ำตาลเยอะกว่าพวกซีเรียลที่หน้ากล่องเป็นการ์ตูน แล้วมีหลากสีเสียอีก

ทางเลือกที่ดีคือ เลือกซีเรียลที่เน้นไฟเบอร์เยอะๆ และมีสัดส่วนเยอะกว่าน้ำตาล (ลองเปรียบเทียบกับหลายๆ ยี่ห้อ) เพื่อหลีกเลี่ยงน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น

 

2. ซีเรียลธัญพืช

คนเรามักจะเชื่อสนิทใจว่าอาหารหรือขนมที่จะซื้อนั้นไม่อ้วน ถ้าได้รับการรับรองจากกลุ่มหรือองค์กรสุขภาพอะไรสักอย่าง (ประเภทมีตรา fitness ที่เราไม่เข้าใจ แปลไม่ออก แปะไว้หน้ากล่อง)

ขอบอกว่า เจ้าพวกนี้แหละ ที่ควรจะสงสัยเอาไว้ก่อนเลย โดยเฉพาะเวลาจะซื้อซีเรียลธัญพืช เชื่อไหมว่า ซีเรียลธัญพืชที่วางขายเกือบทั้งหมด ถ้ากินไป 1 ชาม เราจะได้ปริมาณน้ำตาล เกือบจะเท่าคุ้กกี้ 1 ถาด!!!

ทางเลือกที่ดีคือ ควรจะอ่านฉลากปริมาณส่วนผสมบ้าง

 

3. ขนมปังวีต (Wheat Bread)

เพราะคนเราชินกับขนมปังแผ่นขาวๆ นุ่มๆ มากกว่า จึงไม่แปลกที่หลายคนจะกินขนมปังวีต หรือโฮลวีตแทบไม่ได้ เนื่องด้วยความแข็งและรสชาติอย่างกับกินดิน แต่ยังไงก็ต้องกล้ำกลืนกินเข้าไป เพราะรับรู้มาว่ามันดีต่อสุขภาพและไม่อ้วน

ด้วยเหตุนี้เอง บริษัทผู้ผลิตขนมปังโฮลวีตทั้งหลาย ที่กลัวจะเสียลูกค้าไป จึงจงใจผสมน้ำตาลลงไป เพื่อกลบรสชาติแปลกเฝื่อนของมัน และทำให้คล้ายกับขนมปังขาวๆ นุ่มๆ พวกนั้น

แน่นอน…ผลก็คือ มันก็อ้วนพอๆ กับขนมปังขาวนั่นแหละ

 

4. แครกเกอร์

ขนมปังอบแห้งแข็งๆ แผ่นเล็กที่มักจะไม่มีรส หรือมีรสเค็ม รู้ไหมว่ามันก็มีน้ำตาลผสมอยู่ด้วย จริงๆ แล้วน้ำตาลที่ใส่เข้าไปนั้นไม่ได้มีจำนวนมากเท่าไหร่ แต่ปัญหามันเกิดก็ตรงที่น้ำตาลมาเจอกับแป้งล้วนๆ นี่แหละ

แครกเกอร์ผลิตจากแป้งล้วนๆ เมื่อกินเข้าไปแล้ว มันจะกลายเป็นแป้งชนิดย่อยเร็ว บวกกับน้ำตาลที่ผสมอยู่ด้วย ทำให้ตับอ่อนของเราต้องทำงานหนักขึ้นเป็นสองเท่า เพื่อปล่อยอินซูลินจำนวนมากออกมารักษาระดับน้ำตาลในเลือด

ในร่างกายปกติ มันก็ไม่เป็นไรหรอก แต่ถ้าร่างกายใครไม่ปกติ โดยเฉพาะมีปัญหาเรื่องตับ หรือเป็นเบาหวาน รับรองว่าเกิดปัญหาใหญ่แน่ ทางแก้ถ้าอยากกินมากๆ ก็คือ ควรหาแครกเกอร์แบบไร้น้ำตาลมากินแทน ซึ่งก็ต้องอ่านฉลากส่วนผสมให้ดีๆ

 

5. อาหารเสริมแบบแท่ง

ยุคปัจจุบันเป็นยุคที่ผู้คนใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น จึงไม่แปลกที่อาหารเสริม (ซึ่งทุกคนเข้าใจไปเองว่า) อุดมไปด้วยโปรตีน ไฟเบอร์ และสารอาหารอื่นๆ จะได้รับความนิยมมากขึ้น

ซึ่งมันก็จริงนะ เจ้าแท่งอาหารเสริมพวกนี้มีโปรตีน ไฟเบอร์ สูงอย่างที่ผู้ผลิตอ้าง แต่ข่าวร้ายที่พี่อิงจะขอเสริมก็คือ น้ำตาลมันก็สูงมากด้วย!

แล้วผู้ผลิตแก้ปัญหานี้ยังไง? เขาก็ซ่อนเจ้าน้ำตาลตัวร้ายไว้ภายใต้ชื่อหรูหราดูดีมีประโยชน์ เช่น crystalline fructose (ผลึกฟรุกโตส), brown rice syrup (น้ำเชื่อมข้าวแดง)

สิ่งเดียวที่ผู้บริโภคทำได้ก็คือ พยายามเลือกกินอาหารเสริมแบบแท่งที่มีโปรตีน ไฟเบอร์ รวมถึงไขมันที่มีประโยชน์ และมีน้ำตาลผสมอยู่น้อยที่สุด

 

6. โยเกิร์ต

มีเรื่องหนึ่งที่หลายๆ คนยังไม่เคยรู้ นมวัวเป็นผลผลิตจากธรรมชาติเพียงอย่างเดียวที่มีรสหวานโดยธรรมชาติ ทำให้หลายๆ คนที่กำลังลดความอ้วนไม่ยอมดื่มนม แต่ไม่ยักจะหยุดกินโยเกิร์ต แถมยังชอบสุดๆ เวลาได้สัมผัสกับรสหวานนุ่มเย็นๆ ใจก็คิดไปว่ากินโยเกิร์ตไม่อ้วนๆ

เรื่องจริงก็คือ ถ้าเราไม่อ่านฉลากส่วนผสม เราจะไม่มีวันรู้เลยว่าโยเกิร์ตที่บอกว่าจากธรรมชาติล้วนๆ ไม่เสริมแต่งเนี่ย มันธรรมชาติจริงไหม ซึ่งส่วนใหญ่ที่วางอยู่บนเชลฟ์มักจะผสมโน่นนี่มาแล้วแหละ เพื่อให้รสชาติอร่อยถูกปากผู้บริโภคมากขึ้น

ดังนั้นก่อนซื้อ ควรอ่านฉลากให้ดีๆ จะได้ไม่ถูกหลอกด้วยคำโฆษณา

 

7. เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ

น้อยคนจะคิดถึงอันตรายจากน้ำตาลปริมาณมากที่ผสมอยู่ในเครื่องดื่มพวกนี้ ผู้ผลิตมักโฆษณาว่าเครื่องดื่มของเขาดีต่อสุขภาพอย่างโน้นอย่างนี้ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ทำจากธรรมชาติ เพิ่มพลังงาน คลายเครียด เต็มไปหมด แต่อย่างเดียวที่ผู้ผลิตไม่ยอมบอกก็คือ น้ำตาลที่ผสมอยู่ในแต่ละขวดสูงเกินมาตรฐานไปแค่ไหน

ทุกคนอาจแอบเถียงว่า ตอนดื่มเข้าไปแล้วรู้สึกสดชื่นขึ้นทันที หรือร่างกายดีขึ้นอย่างโน้นอย่างนี้ แต่ให้รู้ไว้เถอะว่า ร่างกายก็ต้องทำงานหนักมากเพื่อรับมือกับปริมาณน้ำตาลที่เพิ่มสูงอย่างผิดปกติหลังจากดื่มเข้าไปแล้ว

 

ขอขอบคุณบทความดีๆจากเว็บ saludaplus

ขอบคุณภาพประกอบจาก dailymail.co.uk

ทิ้งคำตอบไว้